ที่ปรึกษางานบุคคล

article

ลูกน้อง 3 ประเภทที่ ไม่ควรเก็บไว้ในองค์กร

ลูกน้องประเภทไหนที่ “ไม่ควรเก็บไว้มากที่สุด”?

toxicemployee

ในการบริหารคน โดยเฉพาะในบริบทของ SME ที่ต้องการความคล่องตัวและการทำงานที่เป็นระบบ การเลือกเก็บหรือรักษาบุคลากรไว้เป็นเรื่องกลยุทธ์ที่สำคัญมาก หากอ้างอิงตามหลักการด้านการบริหารจัดการองค์กรและพฤติกรรมองค์กร (Organizational Behavior) ลูกน้องประเภทที่ “ไม่ควรเก็บไว้มากที่สุด” ไม่ใช่คนที่ไม่เก่ง แต่คือคนที่เป็น “Toxic Employee” (พนักงานที่เป็นพิษ) โดยเฉพาะในกลุ่มที่ส่งผลกระทบต่อ ทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กร 

นี่คือ 3 ประเภทหลักที่อันตรายที่สุด :


1. The Cancerous Complainer (ผู้แพร่เชื้อทัศนคติลบ)

คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่คนที่ตำหนิเพื่อก่อ แต่คือคนที่สร้างความขัดแย้ง (Toxic Conflict) และแพร่กระจายพลังงานลบไปสู่เพื่อนร่วมงาน

  • เพราะอะไร: ทัศนคติลบสามารถติดต่อกันได้ (Emotional Contagion) ทำให้ขวัญและกำลังใจของทีมลดลง และส่งผลให้พนักงานที่ตั้งใจทำงาน (High Performers) รู้สึกล้าและลาออกในที่สุด

  • อ้างอิง: งานวิจัยจาก Harvard Business Review (HBR) โดย Dylan Minor และ Michael Housman ระบุว่า การเก็บพนักงานที่เป็น “Toxic” ไว้หนึ่งคน ส่งผลเสียต่อต้นทุนองค์กรมากกว่าการจ้าง “Superstar” ถึงสองเท่า เพราะจะทำให้คนรอบข้างมีประสิทธิภาพลดลงถึง 40%

2. The Brilliant Jerk (คนเก่งแต่พฤติกรรมแย่)

คือคนที่มี High Competency (ความสามารถสูง) แต่ Low Cultural Fit (เข้ากับวัฒนธรรมไม่ได้) มักมั่นใจในตัวเองสูงจนไม่เคารพผู้อื่น หรือทำงานเป็นทีมไม่ได้

  • เพราะอะไร: คนกลุ่มนี้มักทำลายระบบการทำงาน (Systematic Work) และการสื่อสารในทีม เพราะคิดว่าตนเองสำคัญจนไม่ต้องทำตามกฎ ผลเสียคือทำให้เกิดภาวะ “คนเก่งคนเดียว” แต่ทีมพัง

  • อ้างอิง: Reed Hastings (CEO ของ Netflix) ได้ระบุไว้ในหนังสือ No Rules Rules และวัฒนธรรมองค์กรของ Netflix ว่า “The cost to effective teamwork is too high” (ต้นทุนต่อการทำงานเป็นทีมนั้นสูงเกินไป) และมีนโยบายชัดเจนว่าห้ามมี “Brilliant Jerks” ในองค์กรเด็ดขาด

3. The Trust Breaker (คนที่ไม่ซื่อสัตย์หรือขาดความโปร่งใส)

รวมถึงคนที่ปิดบังความผิดพลาด โกหกเรื่องข้อมูล หรือทุจริตในหน้าที่

  • เพราะอะไร: เป็นที่ทราบดีว่า Trust (ความเชื่อใจ) คือโครงสร้างพื้นฐานของกลยุทธ์องค์กร หากปราศจากความเชื่อใจ ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์จะผิดพลาด และการ Coaching จะไม่มีผลเลย

  • อ้างอิง: Stephen M.R. Covey ผู้เขียนหนังสือ The Speed of Trust อธิบายว่า เมื่อ Trust ลดลง Speed (ความเร็วในการทำงาน) จะลดลงด้วย และ Cost (ต้นทุน) จะสูงขึ้นทันที เรียกว่า “Low Trust Tax”


สรุปในมุมมองของที่ปรึกษา HROD

หากต้องเลือกเพียงประเภทเดียวที่อันตรายที่สุด คือ “The Toxic Influence” ค่ะ เพราะทักษะ (Skill) ฝึกฝนกันได้ แต่สันดานหรือทัศนคติ (Mindset) เปลี่ยนแปลงได้ยากมากในบริบทของธุรกิจที่ต้องเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ในการทำ Job Evaluation หรือ Performance Appraisal ครั้งหน้า นอกจากจะวัดที่ “Results” (ผลลัพธ์) แล้ว ควรเพิ่มค่าน้ำหนักด้าน “Behavior/Values” (พฤติกรรมและค่านิยม) เข้าไปด้วย เพื่อคัดกรองคนเหล่านี้ออกก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ

#ให้คำปรึกษาองค์กรและสอนงานHR #OilHRConsult
ติดต่อเพื่อปรึกษางานHR >> Line OA : @hrfreelance.th >>โทร 080-9294144

แชร์บทความได้ที่

Facebook
Twitter
LinkedIn

บทความเพิ่มเติม